แนวคิดและความต้องการคือ “ต้องการให้มีการพัฒนาเมืองน่าอยู่-ชุมชนน่าอยู่”
โดยให้มีความสำคัญกับ
1. การเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวและชุมชน รวมทั้งส่งเสริมการรวมกลุ่มของชุมชน การมี ประชาคม ในทุกระดับและเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย
2. การส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมือง ชุมชนและชนบทให้น่าอยู่ มีสภาพแวดล้อมดี ปลอดภัย
3. ให้มีการวางแผนพัฒนาพื้นที่และการจัดระบบผังเมืองที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพและเกิดผลในทางปฏิบัติได้จริง โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม
4. รณรงค์และสร้างจิตสำนึกให้เด็ก เยาวชน และคนในชุมชน รักและมีความเป็นเจ้าของท้องถิ่น มีส่วนร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรท้องถิ่น
5. ยกระดับคุณภาพชีวิต เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการด้านสาธารณสุขอย่างพอเพียง ทั่วถึงมีการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการในชุมชนเมืองและชนบทให้ทั่วถึง
6. ให้มีระบบบริหารจัดการที่ดี มีประสิทธิภาพ ให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจและกระจายงบประมาณสู่ท้องถิ่นและชุมชน เพื่อการจัดการพัฒนาเมืองและคุณภาพชีวิตได้อย่างสอดคล้องกับความต้องการและสภาพความเป็นจริงในพื้นที่
7. มีการกำหนดและพัฒนาเครื่องมือชี้วัดความเป็นเมืองน่าอยู่และชุมชนน่าอยู่ที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม
องค์ประกอบที่สำคัญ
1. ความน่าอยู่ จะมีความหมายครอบคลุมทั้งด้านการมีสภาพแวดล้อมทางกายภาพดี
สังคมเข้มแข็ง มีความสงบ สะดวก สะอาด ปลอดภัย มีระเบียบวินัย คนมีคุณภาพชีวิตดี
วิถีชีวิตความเป็นอยู่ดี มีความสุข
2. การมีภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ช่วยเกื้อกูลให้ชุมชนเข้มแข็ง มีการสืบทอดรักษาและปรับใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนพัฒนาต่อยอดให้เกิดเทคโนโลยีที่เหมาะสม นำมาใช้ประโยชน์กับการผลิตและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. การมีเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็ง สมดุล มีภูมิคุ้มกัน สามารถเพิ่มรายได้และการมีงานทำ ด้วยการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์เชื่อมโยงสู่ตลาดภายในและนอกประเทศ รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และพัฒนาให้เกิดความเชื่อมโยงชนบทและเมือง 4. การมีระบบบริหารจัดการที่ดี มีประสิทธิภาพ โปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ ประชาชนและภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนา
2. การมีภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ช่วยเกื้อกูลให้ชุมชนเข้มแข็ง มีการสืบทอดรักษาและปรับใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนพัฒนาต่อยอดให้เกิดเทคโนโลยีที่เหมาะสม นำมาใช้ประโยชน์กับการผลิตและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. การมีเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็ง สมดุล มีภูมิคุ้มกัน สามารถเพิ่มรายได้และการมีงานทำ ด้วยการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์เชื่อมโยงสู่ตลาดภายในและนอกประเทศ รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และพัฒนาให้เกิดความเชื่อมโยงชนบทและเมือง 4. การมีระบบบริหารจัดการที่ดี มีประสิทธิภาพ โปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ ประชาชนและภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนา
เป้าหมาย
เพิ่ม
ความเข้มแข็งชุมชน ให้มีความมั่นคงทางสังคม
วัฒนธรรมและเศรษฐกิจ รวมทั้งมีระบบการบริหารจัดการของชุมชนที่ดี
ให้ครอบคลุมทุกตำบลทั่วประเทศ
พร้อมกับให้มีการพัฒนาเมืองและชุมชนให้น่าอยู่ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของ
ทุกภาคส่วนในสังคมให้กระจายครอบคลุมทั่วประเทศ
ก่อให้เกิดเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็งและช่วยลดความยากจนในชนบทและเมือง
แนวทางการพัฒนา
มุ่งเน้นการสร้างกระบวนการชุมชนเข้มแข็งจากฐานรากทั้งในชนบทและเมืองผ่านเครือข่ายการมีส่วนร่วมของภาคีการพัฒนาจากทุกภาคส่วน
ควบคู่ไปกับการสร้างสภาวะแวดล้อมให้เมืองและชุมชนมีความน่าอยู่ตามศักยภาพความพร้อม
มีการบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วม
เพื่อสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองและชุมชนให้เข้มแข็ง
พึ่งตนเองได้ ช่วยให้เกิดการจ้างงาน เพิ่มรายได้
ตลอดจนลดปัญหาความยากจนในชนบทและเมือง สร้างความสุข
การร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบในการพัฒนา แก้ไขปัญหา สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ของสังคม การพัฒนาเมืองน่าอยู่และชุมชนน่าอยู่จะต้องอาศัยศักยภาพ ความพร้อมอย่างสอดคล้องกับวัฒนธรรม ค่านิยม และความต้องการของคนในสังคม การนำนโยบายแนวทางการพัฒนาเมืองน่าอยู่ ชุมชนน่าอยู่ไปปฏิบัติให้บังเกิดผล สร้างองค์ความรู้ความเข้าใจ สร้างจิตสำนึกความรับผิดชอบ พร้อมกับการสร้างระบบการทำงานที่เป็นเครือข่าย โดยมีขั้นตอนการดำเนินการใน 3 ขั้นตอนหลัก ดังต่อไปนี้
การร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบในการพัฒนา แก้ไขปัญหา สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ของสังคม การพัฒนาเมืองน่าอยู่และชุมชนน่าอยู่จะต้องอาศัยศักยภาพ ความพร้อมอย่างสอดคล้องกับวัฒนธรรม ค่านิยม และความต้องการของคนในสังคม การนำนโยบายแนวทางการพัฒนาเมืองน่าอยู่ ชุมชนน่าอยู่ไปปฏิบัติให้บังเกิดผล สร้างองค์ความรู้ความเข้าใจ สร้างจิตสำนึกความรับผิดชอบ พร้อมกับการสร้างระบบการทำงานที่เป็นเครือข่าย โดยมีขั้นตอนการดำเนินการใน 3 ขั้นตอนหลัก ดังต่อไปนี้
ขั้นตอนการขับเคลื่อนเมืองน่าอยู่ ชุมชนน่าอยู่
1. ขั้นเตรียมความพร้อมสร้างความเข้าใจร่วมกัน
2. ขั้นการสร้างเครือข่ายกระบวนการมีส่วนร่วมและดำเนินการพัฒนา ให้เกิดการร่วมคิด ตัดสินใจ รับผิดชอบและร่วมดำเนินการพัฒนาเมืองน่าอยู่ ชุมชนน่าอยู่ในลักษณะพหุภาคี
3. สนับสนุนให้มีการร่วมกันติดตามประเมินผล
1. ขั้นเตรียมความพร้อมสร้างความเข้าใจร่วมกัน
2. ขั้นการสร้างเครือข่ายกระบวนการมีส่วนร่วมและดำเนินการพัฒนา ให้เกิดการร่วมคิด ตัดสินใจ รับผิดชอบและร่วมดำเนินการพัฒนาเมืองน่าอยู่ ชุมชนน่าอยู่ในลักษณะพหุภาคี
3. สนับสนุนให้มีการร่วมกันติดตามประเมินผล
บทบาทภาคีการพัฒนาที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาเมืองน่าอยู่ ชุมชนน่าอยู่
คงต้องมองให้ครบทุกภาคีหลัก
โดยแต่ละภาคีจะมีบทบาทที่ต่างกันออกไปตามศักยภาพและประสบการณ์ที่สั่งสมมา
กลุ่มที่เป็นรากฐานสำคัญและเป็นหัวใจของความสำเร็จในการทำเมืองและชุมชนให้น่าอยู่ได้
อย่าง
ยั่งยืน คือ กลุ่มชุมชนและประชาสังคม มีความเข้มแข็ง
มุ่งมั่นต้องการร่วมกัน คิดเองทำเองกันมากขึ้น
หากมองถึงบทบาทของภาคการเมือง
ก็ควรต้องมีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบาย เป็นธรรม
ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ
ส่วนภาคราชการ ให้คำปรึกษาชี้แนะเทคนิควิชาการ
ปรับแนวคิดการทำงาน โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในทุกระดับ
ที่ทำงานใกล้ชิดกับประชาชน
ต้องปรับระบบการทำงานและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงวางแผน
และบริหารจัดการพัฒนาท้องถิ่นของตนอย่างสอดคล้องกับทิศทางการกระจายอำนาจและ
รัฐธรรมนูญปัจจุบัน
ในส่วนขององค์กรพัฒนาเอกชน
จะทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและเป็นพี่เลี้ยงให้กับชุมชน
แนะนำให้ชุมชนเรียนรู้ คิดเอง ทำเองเป็น
และเชื่อมประสานการทำงานระหว่างชุมชนกับองค์กรและหน่วยงานต่าง
ๆ มีการสร้างความรู้ ความคิด ความเข้าใจทางเทคนิควิชาการ เพื่อให้การดำเนินงานพัฒนาเมืองน่าอยู่
ชุมชนน่าอยู่เกิดการขยายผลไปสู่ท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง
ประเภทของรูปแบบการใช้ที่ดิน
การใช้ประโยชน์ที่ดินที่ไม่มีการควบคุมหรือวางผังเมือง
จะมีลักษณะเคล้าคละปะปนกันไม่เป็นระเบียบ
ความแออัดจะกระจุกตัวอยู่ที่ศูนย์กลางและกระจายออกไปรอบนอกชุมชนอย่างไร้ทิศทาง
และแบบแผน เมื่อชุมชนขยายตัวไปสู่ความเป็นเมือง ปัญหาต่างๆ ก็จะตามมา
การวางผังเมืองเป็นการจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดิน ระบบคมนาคมขนส่ง
และเตรียมรองรับการขยายตัวของเมืองในอนาคต
1. ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัย (Residential Land Uses) การ ใช้ประโยชน์ที่อยู่อาศัย จะเป็นบริเวณที่มีการระบายน้ำดี ลักษณะดินไม่เป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้าง มีศักยภาพในการจัดบริการทางด้านสาธารณูปโภคสาธารณูปการได้ มีความสะดวก มีความปลอดภัยจากสิ่งรบกวนต่างๆ มี
1. ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัย (Residential Land Uses) การ ใช้ประโยชน์ที่อยู่อาศัย จะเป็นบริเวณที่มีการระบายน้ำดี ลักษณะดินไม่เป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้าง มีศักยภาพในการจัดบริการทางด้านสาธารณูปโภคสาธารณูปการได้ มีความสะดวก มีความปลอดภัยจากสิ่งรบกวนต่างๆ มี
2. ที่ดินประเภทพาณิชยกรรม (Commercial Land Uses) การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการพาณิชยกรรม
เป็นลักษณะเด่นของการใช้ประโยชน์ที่ดินในเมืองเป็นบริเวณที่มีการรวมตัวของการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เข้มข้น
เป็นศูนย์กลางธุรกิจการพาณิชย์ และการ บริการ โดยเฉลี่ยแล้วประมาณร้อยละ 2-5
ของพื้นที่เมือง เป็นที่ดินที่ใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชย-กรรม
3. ที่ดินประเภทอุตสาหกรรม (Industrial Land Uses) ในประเทศไทยได้กำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมไว้ไม่เกินร้อยละ
10 ของพื้นที่เมือง
4. ที่ดิน
ประเภทที่สงวนและควบคุมการพัฒนา
เป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญและจำเป็นสำหรับเมือง
เพื่อควบคุมการเจริญเติบโตของเมืองให้อยู่ในบริเวณที่กำหนด
รักษาสภาพแวดล้อม
และระบบนิเวศของเมือง และสร้างภาพลักษณ์ของเมืองให้สมดุลย์กับธรรมชาติ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น