โฆ
เซ เลออน ปานิอากวา หนึ่งในสถาปนิกกลุ่ม "Architecture without Paper 2010"
ซึ่งเคยจัดแสดงงานอยู่ในสแปนิส พาวิลเลียน ในมหกรรมศิลปะร่วมสมัย เวนิซ
เบียนนาเล ครั้งที่ 11 ณ กรุงมาดริด ประเทศสเปน ในฐานะตัวแทนประเทศสเปน
นำผลงานการออกแบบสถาปัตยกรรมร่วมสมัยแบบสเปนในคอลเลคชั่นดังกล่าวมาจัดแสดง
ที่เมืองไทย ในชื่อนิทรรศการว่า "Architecture without Paper 2010"
(สถาปัตยกรรมไม่ใช้กระดาษ 2010) โดยจัดขึ้นที่อาษาเซ็นเตอร์
ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ชั้น 5
เพื่อเปิดกว้างให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่
งานนี้เป็นการผนึกกำลังร่วมกันระหว่างสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ และสถานเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย เชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างชาวไทยและชาวสเปนผ่านการแสดงงานออกแบบ
สถาปัตยกรรมไร้กระดาษที่เกิดขึ้นในบ้านเราครั้งนี้
ถือเป็นอรรถรสแปลกใหม่ในการชมนิทรรศการ
ด้วยงานออกแบบสถาปัตยกรรมที่นำมาจัดแสดงล้วนเป็นแนวคิดของชาวสเปนที่หาดูได้
ยาก นำเสนอในรูปแบบใหม่ผ่านสื่อภาพเคลื่อนไหวประกอบเสียง (Audio Visual)
แตกต่างจากการดูนิทรรศการรูปแบบเดิมๆ ทวีจิตร จันทรสาขา นายกสมาคมสถาปนิกสยามฯ
ถึงขนาดเรียกว่าเป็นนวัตกรรมการชมผลงานสถาปัตยกรรมที่ปราศจากกระดาษสมกับ
ชื่อคอลเลคชั่น งานเหล่านี้ได้นำไปจัดแสดงในต่างประเทศมาแล้วหลายประเทศ
และเป็นตามแนวคิดของนิทรรศการที่แตกต่างกันออกไปตามลักษณะของประเทศนั้นๆ
จากผลงานที่ถูกคัดสรรจำนวนกว่า 15 ผลงาน
สื่อให้เห็นถึงงานสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย การจัดวางองค์ประกอบของพื้นที่
การวางสัดส่วน และแลนด์สเคปผสมความงดงามของวัฒนธรรมร่วมสมัย
พร้อมจินตนาการของสถาปนิกผู้ออกแบบลงตัว
ที่ได้ถ่ายทอดผ่านจออิเล็กทรอนิกส์แสดงภาพ 3 มิติขนาด 42 นิ้ว และ 47 นิ้ว
ประกอบการบรรยายภาพ
โฆเซ เลออน ปานิอากวา สถาปนิกชาวสเปนชื่อดัง
บอกว่า เวนิซ เบียนนาเล เป็นมหกรรมศิลปะที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกๆ 2 ปี
มีหลายประเทศมาร่วมแสดงผลงาน ถือเป็นประเพณีที่สืบทอดมายาวนาน
มหกรรมนี้เปรียบเหมือนห้องแล็บแสดงแนวความคิด
และผลงานที่ได้ร่วมแสดงยังเป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างกระแสใหม่ๆ ให้กับวงการ
ฉะนั้น คอลเลคชั่นที่เรานำไปแสดงจึงสะท้อนความเป็นตัวตนของชาติ พร้อมๆ
กับส่งแมสเสจสิ่งที่อยู่เบื้องหลังสิ่งปลูกสร้าง
งานสถาปัตยกรรมเทียบได้กับกวีนิพนธ์ที่สร้างความกลมกล่ม
คนอาจหลงลืมอะไรบางอย่างไป เพราะมองแต่ภายนอก
"เป็นผลงานที่มีความต่อเนื่องจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก
จากผู้ใหญ่สู่วัยรุ่น
ส่งผลให้สถาปัตยกรรมแบบสเปนมีความเข้มข้นและหลากหลายอยู่แล้ว
จึงมีผลงานใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย และก้าวพ้นเส้นพรมแดน"
โฆเซพูดถึงเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมแบบสเปน
นอกจากนี้ สถาปนิกชื่อดังระบุด้วยว่า
เหตุที่สถาปนิกสเปนสามารถก้าวสู่ตลาดโลกและมีประสบความสำเร็จในวิชาชีพ
เพราะในประเทศมีการส่งเสริมการศึกษาให้นักศึกษาสถาปัตยกรรมอย่างเข้มข้น
มีการจัดประกวดเกิดขึ้นมากมาย ไม่ใช่เฉพาะที่สเปน แต่รวมทั้งสภาพยุโรป (EU)
จึงเปิดช่องให้สถาปนิกได้แสดงความสามารถและโชว์ผลงานของตัวเอง
กล้าออกไปแสดงศักยภาพนอกประเทศ ประกอบกับสหภาพยุโรปเปิดโอกาสในการทำงาน
ไม่กีดกันในเรื่องนี้ เป็นลักษณะที่เรียกว่าอิสรภาพไร้พรมแดน
และการที่สถาปนิกสเปนนำพาวัฒนธรรมของตัวเองติดตัวไป
นี่เป็นเสน่ห์และจุดแข็งในการไปทำงานต่างแดนของบรรดาสถาปนิกสเปน
ขณะเดียวกันประเทศสเปนก็เปิดกว้างให้สถาปนิกต่างชาติเข้าไปทำงานเช่นกัน
"สถาปัตยกรรมเมื่อ 5,000 ปีที่ผ่านมา
คือความคิดกับมือ ยุคปัจจุบันการออกแบบสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นใช้เทคโนโลยี และ
Visual ซึ่งปราศจากกระดาษ ทำให้สิ่งต่างๆ ที่เราคิดไม่สูญหายไป จริงๆ
แล้วสถาปัตยกรรมเป็นศิลปะ การสร้างสิ่งที่มองเห็นได้และไม่สามารถมองเห็นได้
ซึ่งสะท้อนออกมาในทุกวัฒนธรรม ทุกสังคม"
โฆเซกล่าวทิ้งท้ายให้คนดูช่วยกันตีความถึงผลงานที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้
นอกจากผู้คนในแวดวงวิชาชีพสถาปัตยกรรมและการออกแบบแล้ว
ใครที่สนใจงานออกแบบ
ตลอดจนนิสิต-นักศึกษาร่วมเปิดสัมผัสประสบการณ์การชมนิทรรศการแสดง
สถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่ไม่ใช้กระดาษ ในชื่อ "Architecture without Paper
2010"
ผลงานภายใต้แนวคิดจากเหล่าสถาปนิกชาวสเปนชื่อดังในแวดวงการออกแบบและ
สถาปัตยกรรมของโลก โดยจัดแสดงให้ชมระหว่างวันที่ 11-26 มีนาคมนี้ ณ
อาษาเซ็นเตอร์ ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ชั้น 5
"Architecture without Paper 2010"
นอกจากมีนิทรรศการที่ถูกรังสรรค์ด้วยความทุ่มเท
ถ่ายทอดแนวคิดและจินตนาการจากสถาปนิกชาวสเปนให้ชมแล้ว
ยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ "สถาปนิกไทยใช้กระดาษ" ในวันเสาร์ที่ 20
มีนาคม 2553 เวลา 13.00 น. เสวนาโดยสถาปนิกไทยหลากหลายท่าน
สอบถามละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ อาษาเซ็นเตอร์ โทร.0-2658-0560-1
งานนี้ชมฟรี แต่ที่นั่งมีจำนวนจำกัด.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น